Ghost Hunt Series เดินทางมาถึงแล้ว ♪

posted on 02 Dec 2010 01:12 by naru-mystique in Diary
 
ถึงจะบ่นเป็นหมีกินผึ้งว่าไม่มีเวลาไปเอาหนังสือ ไม่มีเวลาอ่าน ฯลฯ เอาเข้าจริงๆ ด้วยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ทางร้านให้จองนิตยสารได้ 1 สัปดาห์, ตัวเองอยากอ่าน และอยากอ่านมากๆ  วันต่อมาก็เลยถ่อไปรับหนังสือซะงั้น
 
และนี่คือ...แต่น แตน แต๊นนน
 
โฉมหน้าหนังสือที่รอคอยทั้ง 2 เล่ม
 
 
 
(ซ้าย) นิตยสารดาวินชีฉบับเดือนธันวาคมลงสัมภาษณ์อาจารย์โอโนะ ฟุยุมิเจ้าค่ะ  (โทรไปจองไว้ก่อนด้วยเข็ดขยาดเสียวหมดเหมือนฉบับที่แล้ว)  แหมถ้าหน้าปกเป็นอาจารย์โอโนะหรือนารุจังก็ดีสิ หึๆ

(ขวา) Ghost Hunt Series เล่ม 1 ตอนเรื่องผีอาคารเรียนร้าง
 
 
 
 
ปกหลังนิยาย  รู้สึกดีใจที่แกะป้ายราคาออกได้อย่างปลอดภัย
 
 
นิยายรีไรท์เล่มหนามากกก เห็นแล้วตกใจ แอบหนักด้วย คนญี่ปุ่นยืนอ่านบนรถไฟไม่ไหวแน่ 
ขนาดหนังสือคือ 13 x19 ซม. หนาประมาณ 1.8 ซม. มีทั้งหมด 362 หน้า มีปกใน 2 แผ่น เป็นลาย... (ใครอยากรู้เรื่องนั้นกันเล่า!! เสียงผู้อ่านบล็อกประท้วงอยู่หน้าคอมฯ )
 
อืมม...เอาข้อมูลที่น่าจะอยากรู้ดีกว่าเนอะ
อย่างแรกเลยคือ นอกจากภาพหน้าปกและหลังปกที่วาดโดยอาจารย์อินาดะ ชิโฮะ ผู้แปลงเรื่องนี้เป็นเวอร์ชั่นการ์ตูน  ฉบับรีไรท์ก็ไม่มีภาพประกอบ อี ก เ ล ย  ความฝันและความหวังที่จะได้เห็นนารุภาพสีประกอบอยู่ในเรื่องหรือเห็นภาพฉบับการ์ตูนมาประกอบในเล่มนี้ (ของเรา) ได้หายไปในชั่วพลิกหนังสือครั้งเดียวเสียแล้ว  แต่ถึงอย่างนั้นตัวเล่ม การจัดรูปเล่ม ปกใน ปกนอกก็งามเสียจน...แอบหลงหมดใจจริงๆ (จะเปิดหนังสือยังไงไม่ให้ยับนะ?)
 
ส่วนตัวเนื้อหา ยังอ่านไปได้แค่บทนำและจุดมุ่งหมายหลักคือบทสนทนาระหว่างนารุกับไมจัง (- -;) เพราะฉะนั้นคงเล่าได้แค่ข้อสังเกตเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
 
ในส่วนของบทนำ...ลองเปรียบเทียบแล้ว สำหรับฉบับรีไรท์ อาจารย์ปรับภาษา ปรับรูปประโยคให้ยากขึ้น ใช้ศัพท์ยากขึ้น เพิ่มคันจิมากขึ้น (ทำให้ชาวต่างชาติอย่างเราอ่านยากขึ้นตามไปด้วย) และอธิบายเรื่องต่างๆ อย่างละเอียดและเห็นภาพชัดเจนขึ้น 
 
ข้อดีนอกจากได้เรียนภาษาคือทำให้เข้าใจเรื่องผี ความสัมพันธ์ตัวละครได้ดีขึ้นชนิดที่ไม่มีจุดให้ถามกลับ เช่น ตึกร้างมันอยู่ข้างๆ ตึกเรียนแท้ๆ ทำไมไมถึงตกใจกับเรื่องที่มิจิรุเล่าขนาดนั้น ทั้งๆ ที่ดูแล้วไม่ใช่คนขวัญอ่อนเท่าเพื่อนๆ เสียด้วยซ้ำ?  ถ้าเป็นเวอร์ชั่นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ก็จะได้แต่งง แต่เวอร์ชั่นรีไรท์นี้อาจารย์โอโนะอธิบายว่า เป็นเพราะเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มของไมเรียนโรงเรียนนั้นอยู่ก่อนแล้วเลยเคยได้ยินข่าวเล่าลือมาบ้าง แต่ไมเพิ่งย้ายมาเรียนที่โรงเรียนที่เกิดเหตุเป็นเทอมแรกเลยไม่รู้เรื่องอะไรเลย เป็นต้น
 
ส่วนข้อเสีย น่าจะเป็นจุดที่อาจารย์เน้นการอธิบายรายละเอียดแล้วตัดความรู้สึกนึกคิดแบบฟุ้งซ่านของไมไปค่อนข้างเยอะ  เช่น ตอนที่ไมเห็นกล้องวีดีโอในตึกร้างแล้วเข้าไปดูใกล้ๆ อาจารย์โอโนะเคยอธิบายความรู้สึกประหลาดใจของไมว่า ราวกับเข้าไปในตัวบ้านเพื่อนแล้วเห็นรถจอดอยู่ก็ไม่ปาน  แต่พอเป็นฉบับรีไรท์ตรงนี้กลับหายเกลี้ยง เช่นเดียวกับบทสนทนาคู่พระนางที่เนื้อความไม่ได้ต่างกับฉบับเดิมเท่าไร มีเพียงความฟุ้งซ่านของไมที่ดูเหมือนจะน้อยลง 
 
ถามว่าดีรึเปล่า ณ ขณะนี้ก็คิดว่าอ่านแล้วได้ความรู้ เห็นภาพชัดเจน เนื้อเรื่องไม่มีช่องโหว่ คำพูดโต้ตอบของพระนางก็กระชับขึ้นคล้ายฉบับอนิเม เข้าใจง่ายดี  แต่ในขณะเดียวกันวิธีเขียนแบบนี้ก็ทำให้เนื้อเรื่องดูจริงจัง และอืมม ว่าไงดี? ไม่สดใสเหมือนเดิม ?
 
 
ความเห็นจากเท่าที่ได้อ่านตอนนี้ก็มีประมาณนี้ค่ะ  จะว่าไปตอนนี้ก็อ่านไปได้ถึงตอนที่นารุจังเรียกไมออกไปคุยเรื่องชดใช้ค่าเสียหายเอง เทียบสัดส่วนแล้วยังไม่ถึง 1 ใน 10 ของเล่มเลย  คิดว่าถ้าจะให้รู้จริงๆ ว่ามันต่างกันยังไง ขนาดไหนและตรงไหนบ้าง ต้องขอตัวไปอ่านฉบับเดิมให้จบสักรอบ อ่านฉบับใหม่ให้จบสักรอบ (อย่างน้อยให้ผ่านช่วงสืบสวนไปก่อน) แล้วถึงรู้แน่ชัดว่าตกลงควรจะวิจารณ์ฉบับรีไรท์ยังไงกันแน่
 
และไม่ต้องห่วงค่ะ
ถ้าต้องใช้เวลาขนาดนั้นจะขออุทิศเอ็นทรี่ยาวเหยียดดดให้สักเอ็นทรี่นึงเลย!!
 
 
ก่อนตัดจบ ขอแจ้งว่าอัพเดทเอ็นทรี่หน้าจะเป็นรีวิว & สรุปความนิตยสารดาวินชี ฉบับเดือนธันวาคม ระยะเวลาคงไม่นานเกินสองวันเพราะเขียนไปได้ 3/4 แล้ว  จริงๆ ว่าจะใส่มาพร้อมกับครั้งนี้แต่เนื้อหามันยาวกว่าที่คิดไว้ก็เลยตัดไว้อีกส่วนหนึ่ง
 
ถ้าสนใจก็พบกันเอ็นทรี่หน้านะคะ m(_ _)m
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ควรจะใช้คำว่า ไม่โมเอะเหมือนเดิมรึเปล่าจ๊ะ (ฮา) question

รอดูเอนทรีรีวิวจ๊ะ big smile

#1 By Zodiac.L. on 2010-12-02 23:29